ทำอย่างไรเมื่อเจอแมลงมีพิษในป่าระหว่างเดินทาง

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวนอนค้างแรมในป่า ซึ่งในบริเวณนั้นได้รับการปรับปรุงพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แปลว่าค่อนข้างปลอดภัยจากสัตว์ป่าอันตราย  แต่ในบางครั้งก็ยังคงมีสัตว์บางชนิดซึ่งยังก่อปัญหาให้กับนักท่องเที่ยวอยู่เรื่อยๆ แต่การฆ่าให้หมดป่า ก็เป็นเรื่องโหดร้ายทารุณเป็นอย่างมาก เนื่องจากป่าเป็นบ้านของพวกเขา เราชาวมนุษย์ในฐานะเป็นแขกผู้แปลกหน้า จึงควรทำความรู้จักและหาวิธีการป้องกันไว้ก่อน โดยเฉพาะแมลงต่างๆซึ่งเราสามารถพบเจอมันได้บ่อยกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ

เห็บลม

มีรูปร่างหน้าตาคล้ายๆกับที่เกาะอยู่บนตัวหมา แต่ว่าเห็บลมมีขนาดเท่าปลายเข็ม มักอาศัยอยู่บริเวณกาบต้นเฟิร์นแห้ง พบบ่อยในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่มีนาคมเป็นต้นไป

พิษเมื่อโดนมันกัด บริเวณแผลจะเป็นสะเก็ดไปอีกนาน ถ้าบางคนแพ้จะมีอาการบวมแดง เป็นจุดสีดำ แต่ถ้าหากมันหลุดเข้าไปในหูเมื่อไร เป็นเรื่องที่อันตรายมาก

วิธีป้องกัน  พบมากช่วงฤดูแล้ง อย่านั่งบนขอนไม้แห้ง  รวมทั้งทา ก.ย.15 ในช่วงผิวหนังเปิดโล่ง

วิธีรักษา ก่อนกลับบ้านให้นำเสื้อผ้าใส่ถุงพลาสติกปิดปากให้มิดชิด ห้ามนำเสื้อผ้าที่ไปเที่ยวป่าไปรวมกับเสื้อผ้าอื่นๆอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เห็บลมกระจายตัวไปทั่ว และให้นำเสื้อผ้าเหล่านั้นเข้าเครื่องซักผ้า ตามด้วยลวกน้ำร้อนเพื่อกำจัดให้หมด  สำหรับร่างกายของคุณควรอาบน้ำ – สระผมด้วยแชมพูฆ่าเห็บหมัดสุนัข  ส่วนแผลที่โดนกัดให้ใช้ยาเบต้าดีนเช็ดจะช่วยบรรเทาอาการ

ตัวคุ่น  

คล้ายแมลงหวี่แต่ตัวเล็กกว่า ถึงตัวเล็กอย่างนี้แต่พิษสงร้ายกาจไม่เบา การโจมตีคือ มันจะบินมากัดเราเอง เหมือนยุงปากมันเบามากจนเราไม่รู้สึกตัวว่าโดนเล่นงานแล้ว

พิษจากตัวคุ่น เมื่อโดนกัดบริเวณนั้นจะเป็นตุ่มเลือดแดงๆ ใสๆ บางคนมีอาการคันมาก แต่บางคนก็ไม่คัน และมันจะทำให้ผิวหนังของเราเป็นจุดดำๆ ไปอีกนาน บางคนที่แพ้มาก จะขึ้นเป็นตุ่มแดง คันคะเยอ นานเป็นเดือนๆ สุดท้ายแผลเป็นนี่จุดด่างดำนี่แหละที่ทำให้เจ้าของกลุ้มใจไปอีกนาน

วิธีป้องกัน  ทาน้ำมันทัวร์ดอยตามบริเวณผิวหนังที่ปราศจากสิ่งห่อหุ้ม เช่น  แก้ม เป็นต้น

วิธีรักษา พบแพทย์

แตน

หากเข้าป่ารกจงระวังรังแตนให้ดี โดยรังของมันเป็นรังเล็กๆ รูปร่างของแตนเหมือนกับมดแดงติดปีก แต่ผอมกว่า ถ้าเราเข้าไปใกล้รังมัน มันจะคิดว่าเราจะไปทำอันตรายรัง หน่วยทหารของมันก็จะบินออกมาโจมตี โดยการต่อย ถ้าโดนเข้าจุดสำคัญก็เป็นอันตรายมาก มันมักต่อยในจุดปราศจากเสื้อผ้า

อาการเมื่อได้รับพิษ  เกิดอาการปวดจี๊ด หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ล่ะคนว่าแพ้พิษมันหรือไม่ ถ้าไม่แพ้ก็แค่ปวด แต่ถ้าแพ้ก็บวมมาก

การรักษา ทานยาแก้แพ้

การเลือกโปรแกรมทัวร์เดินป่าให้เหมาะสมกับตัวเอง

การเดินป่านั้นเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมอันช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการทำกิจกรรมแบบ Outdoor ออกกำลังกาย เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต การเดินป่านอกจากจะเป็นกิจกรรมอันแสนวิเศษในวันหยุดแล้ว ยังทำให้คุณได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น บางทีคุณอาจได้รับแรงบันดาลใจอันสุดยิ่งใหญ่จากการเดินป่าก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังเป็นบททดสอบความอดทน การต่อสู้กับความเหน็ดเหนื่อย เรียกพลังจากกำลังกายและกำลังใจ แถมยังได้พบปะเพื่อนใหม่ อีกด้วย การเดินป่านั้นจะมีโปรแกรมทัวร์ให้คุณได้เลือกสรรมากมาย และจะมีไกด์ทัวร์มืออาชีพพาคุณเข้าไปสำรวจพงไพร ด้วยความปลอดภัย แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าต้องเลือกโปรแกรมทัวร์เดินป่าแบบไหนถึงจะเหมาะกับตัวเอง เรามาดูกันเลยค่ะ

การเลือกโปรแกรมทัวร์เดินป่าให้เหมาะสมกับตัวเอง

กำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับตัวคุณ  ช่วงเวลาสำหรับการเดินป่ามี  3 ช่วง ได้แก่ หน้าฝน พฤษภาคม –ตุลาคม , หน้าหนาว พฤศจิกายน –  กุมภาพันธ์ , หน้าร้อน มีนาคม – เมษายน  คุณควรเลือกช่วงเวลาที่คุณสะดวก และอากาศที่คุณอยากสัมผัสมากที่สุด เพราะเราเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบความหนาว

ระดับความยาก

  1. ง่าย (EASY) เช่น เขาสมอปูน น้ำตกปิตุ๊โกร ภูกระดึง เป็นต้น
  2. ง่าย – ปานกลาง (EASY – MEDIUM) เช่น ดอยเชียงดาว เป็นต้น
  3. ปานกลาง (MEDIUM) เช่น ดอยลังกาหลวง -ลังกาน้อย เป็นต้น
  4. ปานกลาง – หนัก (MEDIUM – HARD) เช่น ดอยโมโกจู เป็นต้น
  5. หนัก (HARD) เช่น เขาเชียววนซ้าย เป็นต้น
  6. หนักมาก (STRENUOUS) เช่น ยอดไถ่พะ เป็นต้น

ทั้งนี้ระดับความยาก-ง่ายของแต่ละทริป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น  จำนวนวันของการเดิน  , ระยะทางเดินของทริป , ความลาดชัน , ความยากง่ายของเส้นทาง , สภาพป่า , สภาวะอากาศ เป็นต้น

สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเดินป่ามาก่อนเลยนั้น เราขอแนะนำให้เริ่มจากทริปที่มีระดับความยาก 1-2 จะเหมาะกว่า  หรือถ้าหากเคยเที่ยวป่ามาบ้างแล้วจนมีความเชื่อมั่นในตนเอง จะไปเที่ยวในระดับ 3 ก็ได้  ถ้าหากเคยมีประสบการณ์เดินป่ามา 3 แห่ง ให้ไปทริปความยาก 3.5 เลย สำหรับทริประดับ 4 ขึ้นไป ควรผ่านทริประดับ 3/3.5 มาแล้ว ค่อยเป็นค่อยไปไม่ต้องใจร้อน เพราะจะได้เป็นการเดินป่าแบบสนุกรวมทั้ง จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่นๆในทริป ตอนเดินตอนต่อไปไม่ไหว เนื่องจากการเดินป่าในระดับสูงนั้นจะมีเทคนิคหลายๆอย่างที่ต้องนำใช้มากกว่าแค่ใจสู้เพียงอย่างเดียว

การเตรียมความพร้อมของยาเวชภัณฑ์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าป่า

การเดินทางเข้าป่านั้นเรียกได้ว่าเป็นการผจญภัยอย่างแท้จริง การท่องเที่ยวแนวนี้เหมาะสำหรับคนชอบความตื่นเต้น รักการผจญภัย โดยไม่อาจรู้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้า แต่ในขณะเดียวกันก็ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตอันแปลกใหม่ ซึ่งไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ได้พบเห็นระบบนิเวศต่างๆ รวมทั้งได้พบทั้งสิงสาราสัตว์และแมลง ชนิดต่างๆอันน่าพิศวง แต่บางครั้งแมลงเหล่านี้ก็อาจไม่น่ารักอย่างที่เห็นเพราะมันมีพิษซึ่งสามารถทำให้เราแสบๆ คันๆ ได้ นอกจากการเตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมอุปกรณ์ต่างๆแล้ว การเตรียมความพร้อมของยาเวชภัณฑ์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าป่า ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ ยาเวชภัณฑ์ที่เหมาะพกเข้าป่ากันค่ะ

  1. พาราเซตามอล ยาสามัญประจำบ้าน ช่วยบรรเทาปวด ลดไข้ เป็นยาใช้ง่าย ปราศจากอันตราย ยกเว้นกรณี ทานติดต่อกันเกิน 5 วัน หรือทานในปริมาณมากเกินไป ผลข้างเคียงน้อย ใช้ได้ทั้งเด็กละผู้ใหญ่ หาซื้อง่าย มีราคาถูก
  2. ยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นยาสำหรับคนที่ทำกิจกรรมออกแรงบางอย่างนาน ๆ เช่น เดินป่าที่ทางขรุขระสลับกันไปพนักงานออฟฟิศ รวมทั้งคนที่ออกแรงกล้ามเนื้อมากเกินไป
  3. ยาแก้แพ้ ไม่ว่าจะแพ้ทั้งอากาศซึ่งเราไม่อาจปรับตัวได้ทัน หรือแพ้จากผื่นคันจากแมลง กัด ต่อย ทั้งหลาย
  4. ยาแก้ท้องเสีย เพราะอาหารการกินในป่าคงไม่สมบูรณ์เหมือนที่เรากินกันตามร้านอาหารแน่ ถ้าเราเดินไปถ่ายท้องไปคงจะแย่แน่ๆ
  5. คาลาไมล์  ยาน้ำสีชมพูแก้คันได้ชะงัก ไม่ว่าจะโดนแมลงใดๆ หรือตัวไปคลุกดินคลุกโคลน จนผิวอักเสบไปหมด ยาน้ำนี้ช่วยคุณได้
  6. ครีมทาแก้ปวดสูตรร้อน ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นขา , หลัง , บ่า , แขน ทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลาย ได้รับการปรนนิบัติ
  7. เบตาดีน ยาทาแผลสด ช่วยฆ่าเชื้อโรคไม่ทำให้ผิวอักเสบ กรณีเกิดแผลแบบไม่ได้ตั้งใจ เช่น ล้มจนเป็นรอยถลอก โดนหินขูด กิ่งไม้เกี่ยว เป็นต้น
  8. ผ้าก๊อซ ช่วยปิดบังแผลสด ไม่ให้สัมผัสกับเชื้อโรคจากภายนอก
  9. พลาสเตอร์แบบผ้า เหนียว ติดทนทาน เหมาะสำหรับการนำไปเดินป่า
  10. ผงเกลือแร่ ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย กรณีเดินป่าร่างกายจะสูญเสียน้ำมากกว่า ปกติ ถ้าดื่มน้ำไม่เพียงพอ หรือได้รับสารอาหารไม่พอ ร่างกายอาจช็อคได้ในที่สุด กรณีนี้คืออันตรายมาก
  11. แอลกฮอลล์แบบเจล ช่วยกำจัดเชื้อโรค พอนำมาล้างมือ ลดสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆได้มาก โดยเฉพาะในป่าที่เป็นพื้นที่ที่ไม่สะอาด

ทั้งนี้ควรพกยาเวชภัณฑ์ทั้งหลายไปในขนาดเล็กเพื่อไม่ให้กินพื้นที่ในกระเป๋ามากนะคะ

เทคนิควิธีในการเดินป่าให้สนุกและปลอดภัย

การเดินป่า เป็นวิธีการท่องเที่ยวแบบหนึ่งที่มีเสน่ห์ให้เราได้สัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ แต่การท่องเที่ยวแบบเดินป่านี้ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนการท่องเที่ยวแบบอื่น ๆ ที่สามารถขับรถไปถึงแล้วเข้าที่พักได้เลย การเดินป่านั้นต้องใช้กำลังสองขาพาเราไปสู่จุดหมายปลายทางเพื่อสัมผัสความงดงามทางธรรมชาติ ส่วนมากจะมีระยะทางไกลและสมบุกสมบันพอสมควร วันนี้ เราจึงมีเทคนิคการเดินป่าดี ๆ มาฝากผู้ที่นิยมชมชอบหรือมีแผนที่จะลองท่องเที่ยวโดยการเดินป่ากันค่ะ

            เทคนิคในการเดินป่า

– ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่เราจะไปให้ดี

เช่น สภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ และเตรียมตัวไปให้พร้อมทั้งร่างกายและสัมภาระ ที่สำคัญการไปเดินป่าคือการทำตัวให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ไม่ควรไปทำลายป่าไม้ใบหญ้าหรือทรัพยากรธรรมชาติใด ๆ เก็บมาเพียงความทรงและภาพถ่ายก็พอแล้ว

– การเดินป่าที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นสันเขา

การเดินบนสันเขาเป็นเส้นทางที่ง่ายและเหนื่อยน้อยที่สุดในบรรดาเส้นทางอื่น ๆ เพราะสันเขาจะไม่ค่อยมีต้นไม้หรืออุปสรรคกีดขวางมากนัก บรรดาสัตว์ต่าง ๆ มักใช้เส้นทางสันเขาในการเดินทางทำให้เราเดินตามได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถมองดูภูมิประเทศด้านล่างได้อีกด้วย การเดินบนสันเขามีปัญหาเดียวคือเมื่อเป็นเส้นทางที่สะดวกก็มักจะมีผู้ใช้บ่อยทั้งสัตว์และคนทำให้เกิดเส้นทางขึ้นหลายเส้นทางทำให้เราสับสนและหลงทางได้ ดังนั้นควรมีการตรวจสอบความถูกต้องด้วยเข็มทิศอย่างสม่ำเสมอ

– การเดินป่าที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นลำห้วย

ลำห้วย เป็นเส้นทางการเดินที่ยากพอสมควร เพราะความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำจะทำให้มีพันธุ์พืชต่าง ๆ ขึ้นรกเต็มไปหมด มีดินโคลนและตะไคร่น้ำเกาะอยู่ตามโขดหินทำให้ลื่นได้ง่าย นอกจากนั้นยังจะมีบรรดาสัตว์ต่าง ๆ ที่ชอบอาศัยอยู่ที่มีความชื้นเช่นนี้ เช่น ทาก ปลิง งูบางชนิด เป็นต้น เพราะฉะนั้นต้องคอยระแวดระวัง หูตาต้องไว มีเสื้อผ้าและรองเท้าที่ป้องกันการโจมตีของสัตว์เหล่านี้ได้ ถึงแม้ว่าลำห้วยจะเป็นทางที่ลำบากและทำให้เดินทางได้ช้า แต่ก็มีข้อดีคือนำน้ำขึ้นมาทั้งดื่มทั้งใช้ได้ และความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำจะเป็นแหล่งอาหาร เช่น ปลาในน้ำ ผลไม้จากพืชพันธุ์ไม้ต่าง ๆ  เป็นต้น

– การเดินป่าที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าทึบ

เป็นการเดินป่าที่ยากที่สุดและต้องอาศัยประสาทสัมผัสทุกส่วนในร่างกายที่ฉับไว ป่าทึบนั้นจะเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิดและสัตว์ป่าจะมีประสาทสัมผัสที่ว่องไวกว่าคนหลายเท่าตัว เมื่อได้ยินเสียงอาจเกิดความตกใจหนีเตลิดไปหรือไม่ก็เข้าจู่โจมเราได้ ดังนั้นต้องใช้เสียงให้น้อยที่สุด ที่สำคัญหากไม่เคยไปหรือไม่ชำนาญเส้นทางควรมีผู้นำทางจะปลอดภัยที่สุด การเดินป่าทึบจะมีต้นไม้รกคอยกีดขวางเส้นทางเดินอยู่เสมอ หากจำเป็นจริงก็สามารถใช้มีดออกมาตัดกิ่งไม้เหล่านั้นเพื่อให้เดินผ่านไปได้วิธีตัดคือฟันเฉียงลงหรือขึ้นให้เร็วที่สุดเพราะจะเกิดเสียงน้อยกว่าฟันช้า ๆ
นอกจากเทคนิควิธีการเบื้องต้นแล้ว การเดินป่าทุกที่ต้องพยายามเดินให้ออกกำลัง มีความช่างสังเกต ไม่ทำเสียงดัง

เดินกันเป็นแถวเรียงเดี่ยวแต่ต้องมองเห็นกันตลอด และไม่ควรแยกไปไหนคนเดียวเด็ดขาดควรมีเพื่อนไปด้วยหากจำเป็น และต้องมีการพักทุกชั่วโมงเพื่อไม่ให้ร่างกายเหนื่อยล้าเกินไป เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถเดินป่าได้อย่างสนุกและปลอดภัยแล้วค่ะ

รู้จักรายละเอียดการเดินป่าที่เขาใหญ่

 

สำหรับนักเดินป่าทั้งหลายแล้วการได้มีโอกาสไปเดินป่าตามสถานที่ต่างๆ ถือว่าเป็นความใฝ่ฝันของทุกๆ คน โดยเฉพาะในสถานที่ที่ได้รับการขนานนามว่าสักครั้งต้องไปให้ได้ในเมืองไทยยิ่งเป็นสิ่งที่น่าท้าทายนักเดินป่าเข้าไปอีก เขาใหญ่เองก็จัดได้ว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักเดินป่าหลายคนต้องการจะมาพิสูจน์ความสามารถให้ได้เห็นกันว่าแม้จะเป็นผืนป่าที่มีขนาดใหญ่แค่ไหนทว่าพวกเขาก็พร้อมที่จะก้าวเดินเพื่อความสำเร็จซึ่งรออยู่ข้างหน้า

จากพื้นที่ของเขาใหญ่ที่มีขนาดใหญ่ตามชื่อโดยกินพื้นที่ไปถึง 4 จังหวัด ประกอบไปด้วย จ. นครราชสีมา, จ. สระบุรี, จ. นครนายก และ จ. ปราจีนบุรี ทำให้เส้นทางการเดินป่าของเขาใหญ่นั้นจึงค่อนข้างหลากหลายและมีเส้นทางให้เลือกค่อนข้างเยอะ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของนักเดินป่าว่าต้องการเดินเส้นทางไหน โดยหลักๆ จะแบ่งเส้นทางการเดินป่าออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. เส้นทางการเดินป่าแบบไม่พักแรม – จะเป็นเส้นทางการเดินป่าในลักษณะของการเดินเพียงแค่วันเดียว ไม่มีจุดในการพักค้างแรมในป่า และใช้เวลาเดินราวๆ 1-5 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับระยะทาง โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 6 เส้นทาง
  • เส้นทางดงติ้ว – มอสิงโต ระยะทาง 2 กิโลเมตร จะผ่านป่าดงดิบเดินเลาะตามริมห้วย มีต้นสมพงขนาดใหญ่ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของเส้นทางนี้ และยังมีพูพอนสูงอีกด้วย
  • เส้นทางดงติ้ว – หนองผักชี ระยะทาง 4 กิโลเมตร ตอนแรกจะใช้ทางเดียวกับมอสิงโต เมื่อผ่านป่าดงดิบไปจนถึงจุดชมสัตว์หนองผักชี
  • เส้นทางผากล้วยไม้ – เหวสุวัต ระยะทาง 3 กิโลเมตร เดินเลาะตามห้วยริมทางที่เต็มไปด้วยเห็ด อาจพบสัตว์ป่าบางชนิดที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ
  • เส้นทาง กม. 33 – หนองผักชี ระยะทาง 5 กิโลเมตร ผ่านป่าดงดิบที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ อาทิ ไทร, กะเพราต้น, หว้า และยังมีเถาวัลย์อีกมากมาย

อีก 2 เส้นทางอย่าง เส้นทางวังจำปี – หนองผักชี และ เส้นทางกองแก้ว – เหวสุวัต นั้นเป็นเส้นทางที่คนไม่ค่อยนิยมเดินป่ากันสักเท่าไหร่นัก

  1. เส้นทางการเดินป่าแบบพักแรม – เรียกว่าการเดินป่าระยะไกล หรือ Trekking จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าไป และต้องใช้เวลาค้างคืนในป่าราว 1-3 วัน
  • เส้นทางเขาสมอปูน – เป็นภูเขาหินปูนสูงราว 805 เมตรจากระดับน้ำทะเล จะเน้นเข้าไปชมดอกไม้ป่าต่างๆ พร้อมกับเดินเลาะไต่ตามหน้าผา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 วัน 3 คืน
  • เส้นทางคลองปลากั้ง – น้ำตกวังเหว – รอยเท้าไดโนเสาร์ – แก่งหินเพิง – จะไต่ระดับความสูงขึ้นสันกำแพงจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ชญ. 4 เดินเลาะไปตามน้ำตกวังเหว จะพบรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อ และเดินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหมาย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 วัน 2 คืน

เทคนิคการเลือกรองเท้าและอุปกรณ์ต่างๆ ในการเดินป่า

 

 

 

ในเรื่องของการเดินป่านอกจากความพร้อมทางด้านร่างกายและสภาพจิตใจแล้ว เรื่องของอุปกรณ์ต่างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวที่จะทำให้การเดินป่าของเรานั้นประสบความสำเร็จได้ เพราะหากมีอุปกรณ์ที่เป็นตัวช่วยที่ดีก็จะช่วยให้การเดินป่าผ่านไปอย่างราบรื่น ซึ่งหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่สุดสำหรับการเดินป่าก็คือ รองเท้าเดินป่า เพราะรองเท้านี้จะเป็นสิ่งที่ต้องอยู่กับเราตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายของการเดินทางจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

เทคนิคการเลือกรองเท้าเดินป่าให้เหมาะสม

จริงๆ แล้วในเรื่องของเทคนิคการเลือกรองเท้าเดินป่านั้นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากรองเท้าทั่วๆ ไปเท่าไหร่นัก โดยขั้นตอนคร่าวๆ ในการเลือกรองเท้าเดินป่าประกอบไปด้วย

  1. เลือกตามรุ่นหรือยี่ห้อที่ชอบ – สิ่งแรกที่ควรจะต้องทำก็คือพยายามหารุ่นหรือยี่ห้อรองเท้าเดินป่าที่ตัวเองชอบก่อน เพราะว่าเมื่อเจอของที่ชอบแล้วเวลาใส่จะทำให้รู้สึกว่ามีกำลังใจและรู้สึกดีไปพร้อมๆ กัน ซึ่งก็อย่าลืมดูในเรื่องของคุณภาพสินค้าด้วยเช่นเดียวกัน
  2. การทดลองรองเท้าแบบอยู่กับที่ – เมื่อได้คู่ที่ต้องการแล้วเวลาใส่เพื่อทดสอบให้ลองจากการใส่ด้วยเท้าเปล่าก่อนเพื่อดูว่าเมื่อเท้าของเราโดยตรงสัมผัสกับรองเท้าแล้วมีความรู้สึกอย่างไร สบายแค่ไหน ซึ่งก็จะขึ้นอยู่ลักษณะเท้าของแต่ละคนด้วย บางคนเท้ายาว บางคนเท้ากว้างไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการใส่โดยลองจากเท้าเปล่าจะทำให้รู้สึกถึงตัวรองเท้าได้มากที่สุด หลังจากนั้นอาจจะใส่ถุงเท้าเพื่อทดสอบเวลาที่ต้องใช้จริงอีกครั้ง โดยเมื่อใส่ถุงเท้าแล้วรองเอานิ้วแหย่เข้าไปเพื่อเช็คว่ารองเท้าไปฟิตและจะไม่โดนรองเท้ากัด
  3. การลองใส่แล้วเดิน – เมื่อรองเท้าที่เลือกมาได้ทำการทดสอบเบื้องต้นตามวิธีการต่างๆ ด้านบนแล้วก็ให้ลองสวมใส่และเดินคร่าวๆ ดูว่าเวลาที่เราออกเดินจริงๆ แล้วมันมีความรู้สึกแน่นหรือฟิตเกินไปหรือไม่ ซึ่งการเดินป่าที่ดีรองเท้าควรจะเหลือสักเล็กน้อยเพื่อเป็นการยืดหยุ่นในการเดิน

เทคนิคการเลือกอุปกรณ์ประเภทอื่นๆ

จริงๆ แล้วการเลือกอุปกรณ์เดินป่าแต่ละประเภทนั้นก็ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์นั้นๆ ด้วยว่าเป็นอะไร อาทิ

  • ไฟฉาย ก็ควรเลือกแบบที่ใช้งานได้ทนทาน ไม่แตกหักหรือไม่หลอดขาดง่ายจนเกินไป
  • เต็นท์นอน ควรเลือกที่ผ้าไม่ขาดง่าย น้ำหนักเบา และพักเก็บง่ายเพื่อสะดวกในการเดินทางและการแบก
  • เข็มทิศ ควรเลือกยี่ห้อที่ไว้ใจได้ และควรมีการทดสอบจริงก่อนที่จะทำการเดินป่าทุกครั้ง
  • กระเป๋าสะพาย ควรเลือกที่เอาไว้เดินป่าโดยเฉพาะเนื่องจากกระเป๋าจะมีความทนทานมากกว่ากระเป๋าทั่วๆ ไป

สถานที่เดินป่าสุดเจ๋งในประเทศไทยที่นักเดินป่าห้ามพลาด

Forest Backpacker

สำหรับนักเดินป่าการหาสถานที่เดินป่าถือว่าเป็นความสุขของทุกๆ คนที่จะได้ทำความรู้จักกับผืนป่าผืนใหม่เพื่อรอให้พวกเขาได้ไปสัมผัส ซึ่งในประเทศไทยเองก็จัดได้ว่าเป็นอีกประเทศที่มีเส้นทางในการเดินป่าค่อนข้างเยอะและหลากหลาย จึงไม่แปลกที่นักเดินป่าจากทั่วโลกจะนิยมเข้ามาเดินป่าในประเทศไทย และนี่คือสถานที่เดินป่าสุดเจ๋งที่นักเดินป่าทุกคนต้องไม่พลาด

  1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา – จัดเป็นสถานที่ที่มีเส้นทางการเดินป่าค่อนข้างเยอะเพราะด้วยพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่กว้างใหญ่ทำให้นักเดินป่าหลายคนชื่นชอบที่จะมาสัมผัสบรรยากาศการเดินป่าที่นี่ โดยสามารถแบ่งเส้นทางการเดินป่าออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
    • เส้นทางการเดินป่าแบบไม่พักแรม จะมีระยะทางตั้งแต่ 1-5 กิโลเมตรให้นักเดินป่าได้สัมผัส
  • เส้นทางดงติ้ว – มอสิงโต ระยะทาง 2 กิโลเมตร
  • เส้นทางดงติ้ว – หนองผักชี ระยะทาง 4 กิโลเมตร
  • เส้นทางผากล้วยไม้ – เหวสุวัต ระยะทาง 3 กิโลเมตร
  • เส้นทางกิโลเมตร 33 – หนองผักชี ระยะทาง 5 กิโลเมตร
  • เส้นทางวังจำปี – หนองผักชี
  • เส้นทางกองแก้ว – เหวสุวัต
    • เส้นทางการเดินป่าระยะไกล จำเป็นต้องมีการติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าเสมอ และเส้นทางส่วนใหญ่ก็จะใช้เวลาในการพักค้างแรม 1-3 คืน
  • เส้นทางเขาสมอปูน
  • เส้นทางคลองปลากั้ง – น้ำตกวังเหว – รอยเท้าไดโนเสาร์ – แก่งหินเพิง
  1. อุทยานแห่งชาติพุเตย สุพรรณบุรี – ส่วนใหญ่แล้วเส้นทางที่นักเดินป่านิยมเดินกันก็คือเส้นทางจุดลงน้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ และจะทำการเดินเท้าเข้าไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติพุเตยที่ 3 ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 3-4 ชั่วโมง แล้วจะถึงจุดกางเต็นท์เพื่อทำการพักแรมนอนชมดาว พอเช้ามืดประมาณตี 4 ก็จะเดินเท้าขึ้นไปยอดเขาเทวดาเพื่อชมความสวยงามใช้เวลา 2 วัน 1 คืน
  2. อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ – เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสวยงามมาก สามารถทำการเดินป่าเพื่อศึกษาธรรมชาติได้หลากหลายเส้นทางโดยมีระยะทางตั้งแต่ 800 เมตร ถึงประมาณ 3 กิโลเมตร แต่จะมีคนนำเดินป่าขึ้นไปและต้องทำการติดต่อที่อุทยานแห่งชาติก่อนเสมอเพื่อจะได้เดินป่าโดยที่ไม่วุ่นวายกับสัตว์ป่า
  3. อุทยานแห่งชาติทุ่งสแลงหลวง เพชรบูรณ์ – นี่คือพื้นที่เดินป่าแบบทุ่งหญ้าสะวันนาที่เดียวในประเทศไทยเป็นทุ่งหญ้ากว้างสลับกับป่าสนสองใบ เหมาะกับนักเดินป่ามือใหม่ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลากหลายเส้นทางให้เลือก
  • เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าเบญจพรรณและสัตว์ป่า
  • เส้นทางเที่ยวชมทุ่งนางพญา
  • เส้นทางแก่งวังน้ำเย็น

การเตรียมความพร้อมที่ดีสำหรับมือใหม่ในการเดินป่า

Backpacker

กิจกรรมการเดินป่าถือว่าเป็นกิจกรรมที่ใครหลายคนต่างก็ให้ความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยความที่นี่คือกิจกรรมสำหรับสร้างความท้าทายใหม่ๆ ให้กับคนที่ต้องการพบเจอกับประสบการณ์อันล้ำค่าในการได้ไปใกล้ชิดอยู่กับธรรมชาติ ได้ชีชีวิตอะไรแปลกใหม่ที่คนธรรมดาทั่วไปคงมีโอกาสที่จะได้เจออะไรแบบนี้ค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ยังไม่เคยเดินป่าและมีความใฝ่ฝันหรือความต้องการอยากที่จะลองทำอะไรแบบนี้สักครั้งในชีวิต เรื่องของการเตรียมตัวนับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะทำให้การเดินป่าของคุณเป็นไปอย่างที่ต้องการ และนี่คือคำแนะนำสำหรับการเตรียมความพร้อมที่ดีของนักเดินป่ามือใหม่

  1. ศึกษาเส้นทางการเดินป่าให้ดี – เส้นทางการเดินป่านับว่าเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับนักเดินป่าทุกคน และยิ่งเป็นคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเดินป่ามาก่อนยิงจำเป็นจะต้องตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนถึงเส้นทางทั้งหมดที่เราจะต้องใช้ในการเดินป่าว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีแม่น้ำกั้นกลางหรือไม่ แม่น้ำไหลเชี่ยวแค่ไหน เส้นทางมีดินโคลน ถ้ำ สัตว์ป่า สัตว์อันตราย หรือเป็นเส้นทางที่นักเดินป่าใช้กันประจำอยู่แล้วหรือเปล่า ทั้งหมดนี้นักเดินป่ามือใหม่จะต้องตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนเพื่อความสบายใจในการเดินป่า
  2. ศึกษาวิธีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องติดตัวไป – สำหรับมือใหม่หลายๆ คนก่อนที่จะเริ่มทำการซื้ออุปกรณ์ในการเดินป่าแต่ละชนิดนั้นควรที่จะต้องศึกษาวิธีการใช้ให้ดีเสียก่อน เพื่อที่ว่าเวลาซื้อมาใช้งานจริงจะได้สามารถใช้ได้ ไม่เสียเงินฟรี อาทิ วิธีการกางเตนท์, การใช้ถุงนอน, การผูกเงื่อน เป็นต้น
  3. จัดเตรียมอุปกรณ์เดินป่าที่มีความจำเป็น – ขอย้ำก่อนเลยว่าการเดินป่านั้นยิ่งเอาอุปกรณ์ต่างๆ ไปได้น้อยที่สุดจะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการเดินป่าอย่างมาก อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ที่เอาไปใช้ก็จะต้องเป็นสิ่งที่จำเป็นด้วย ไม่ใช่ว่าต้องการจะเอาของไปให้น้อยที่สุดโดยที่ไม่ได้สนใจว่ามีอุปกรณ์อะไรที่จำเป็นต่อการเดินป่าของเราบ้าง ซึ่งอุปกรณ์หลักๆ ที่ควรติดตัวในการเดินป่าประกอบไปด้วย เตนท์หรือถึงนอน, ไฟฉาย, เสื้อผ้าขายาวแขนยาเท่าที่จำเป็น, อุปกรณ์ขอความช่วยเหลือ อาทิ พลุ, ไฟแช็ก, แผนที่หรือเข็มทิศ, อาหารแห้งที่เก็บไว้ได้นานและมีน้ำหนักเบามีขนาดไม่ใหญ่ เป็นต้น

4. เตรียมใจในการเดินป่า – ข้อสุดท้ายนี้คงเป็นเรื่องของความกล้าเกี่ยวกับจิตใจล้วนๆ เมื่อมีการเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและอุปกรณ์ต่างๆ เรียบร้อยแล้วความกล้าทางจิตใจถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะถ้าหากใจไม่ถึงพอเมื่อออกเดินป่าแล้วก็อาจจะท้อและไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้

เทคนิคการเตรียมตัวให้ดีก่อนเดินป่าในต่างประเทศ

Backpack

สถานที่เดินป่าบนโลกใบนี้ต้องบอกว่ายังมีอีกมากมายเพื่อให้นักเดินป่าได้ไปสัมผัสถึงความสุดยอดและความเป็นธรรมชาติของป่าแต่ละแห่ง ซึ่งหากเป็นนักเดินป่าที่มีความทะเยอทะยานและมีความต้องการท้าทายกับสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด การไปเดินป่าในต่างประเทศถือว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้นักเดินป่าได้ค้นพบกับสิ่งใหม่ๆ ที่ในชีวิตหนึ่งอาจจะไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนก็เป็นได้ ซึ่งหากว่ามีการวางแผนที่จะไปเดินป่าต่างประเทศนั้นก็ต้องมีการเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเวลาเดินทางไปยังที่นั้นๆ

  1. ศึกษาสถานที่เดินป่านั้นให้ดี – ด้วยความที่การเดินป่าในแต่ละทวีปหรือในแต่ละสถานที่นั้นก็จะมีลักษณะของป่ารวมถึงสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่แตกต่างกันออกไป ก่อนที่จะไปเดินป่าในประเทศนั้นๆ ก็ควรที่จะต้องมีการศึกษาถึงสถานที่เดินป่านั้นๆ ให้พร้อมมากที่สุด เพราะมันเป็นสถานที่ที่เรายังไม่เคยไปและมีความแตกต่างกับประเทศไทยพอสมควร การศึกษาข้อมูลการเดินป่าที่นั้นๆ ให้ดีจะช่วยให้เดินป่าได้ง่ายมากขึ้น ทางที่ดีที่สุดก็คือหากสอบถามจากหน่วยงานที่นั่นได้ก็ควรจะสอบถามถึงรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจน อาจจะเป็นการสอบถามทางอีเมล์ก็ได้เพราะเป็นวิธีการที่สะดวกและง่ายที่สุด
  2. เตรียมขั้นตอนการเดินทางไปประเทศนั้นๆ – ก่อนที่จะไปถึงสถานที่ที่จะเดินป่านั้นขั้นตอนแรกที่จะต้องผ่านให้ได้ก็คือการเข้าประเทศนั้น การเตรียมการในขั้นตอนต่างๆ ก่อนเข้าประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องเข้าใจในกฎระเบียบและขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองรวมไปถึงการเตรียมเอกสารอื่นๆ ให้พร้อมทั้ง พาสปอร์ต วีซ่า(สำหรับบางประเทศ) เอกสารแหล่งที่อยู่ และอื่นๆ ตามแต่ว่าประเทศนั้นๆ ต้องการอะไรบ้าง
  3. เลือกเอาเฉพาะอุปกรณ์ที่สำคัญๆ ในการไปเดินป่า – ต้องเข้าใจว่าการเดินทางไปต่างประเทศนั้นเรื่องของสัมภาระเป็นสิ่งสำคัญเพราะมีผลต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางรวมไปถึงการตรวจสอบการเข้าประเทศ ทางที่ดีจึงควรเลือกเอาแต่ของที่จำเป็นไปและค่อยไปซื้ออุปกรณ์บางอย่างที่คิดว่าสามารถหาซื้อได้ง่ายเพื่อจะได้ประหยัดและเดินทางง่ายด้วย
  4. พยายามเรียนรู้ภาษาของประเทศนั้นๆ ให้ได้มากที่สุด – โดยเฉพาะคำที่เกี่ยวกับพวกขอความช่วยเหลือ หรือคำพูดง่ายๆ เพื่อแนะนำตัวเองให้คนในประเทศนั้นๆ เข้าใจ เพราะเราไม่รู้ว่าการเดินทางไปหรือระหว่างเดินป่าจะเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินอะไรที่จำเป็นต้องสื่อสารคนในพื้นที่หรือไม่ การศึกษาภาษาท้องถิ่นไปจะช่วยเหลือในเรื่องตรงนี้ได้ค่อนข้างมาก

การเดินป่าในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ว่าต้องรู้จักการศึกษาข้อมูลและการเตรียมตัวในด้านต่างๆ ให้พร้อม เท่านี้การผจญภัยของคุณก็จะเกิดขึ้นอีกครั้งในสถานที่ที่น่าตื่นเต้น

การเดินป่าอีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

Forest

การอนุรักษ์ธรรมชาติถือว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนควรจะใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าจากความสะดวกสบายต่างๆ ที่มีให้กับมนุษย์นับว่าเป็นการเบียดเบียนธรรมชาติอย่างมาก แม้ว่าจะมีหลายๆ องค์กรพยายามที่จะสร้างกิจกรรมเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญก็ตามที แต่ด้วยความที่หลายๆ คนยังรู้สึกว่าตัวเองค่อนข้างที่จะห่างไกลกับการทำกิจกรรมต่างๆ ก็เลยยังคงไม่ให้ความสนใจที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น การเดินป่าถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จำเป็นต้องอยู่คลุกคลีกับธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และการเดินป่านี่เองก็ถือว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะใช้ในการอนุรักษ์ธรรมชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ต่อไป

การเดินป่าก็เปรียบเสมือนกับว่าเป็นการที่เราต้องไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เพราะเส้นทางในการเดินนั้นก็คือต้องผ่านป่าเขา ต้นน้ำ ลำธาร เพื่อพิชิตจุดที่ตั้งเป้ากันเอาไว้เปรียบไปแล้วนี่ถือเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวประเภทหนึ่งที่ค่อนข้างจะเหมาะสมในการใช้เป็นตัวจุดประกายสำหรับการอนุรักษ์ธรรมชาติ การที่นักเดินป่าได้เดินเข้าไปเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติจะทำให้เขาได้พบกับปัญหาต่างๆ ของธรรมชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของการโดนตัดไม้ทำลายป่าทำให้ป่าบางพื้นที่แห้งแล้ง ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศน์ในหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แหล่งน้ำธรรมชาติก็ลดน้อยลงเนื่องจากว่าพื้นที่แห้งแล้ง ต้นไม้หลายๆ ชนิดที่มีส่วนสำคัญต่อระบบนิเวศน์ก็ล้มตายทำให้สูญพันธ์หรือเกือบจะสูญพันธ์ ปัญหาเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่นักเดินป่าทุกคนได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดและเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่าต้นตอสำคัญก็มาจากความมักง่ายของมนุษย์ทุกคนที่พยายามจะเบียดเบียนธรรมชาติด้วยการไปนำต้นไม้มาใช้เพื่อความต้องการของตัวเอง

จะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมานี้กิจกรรมการเดินป่านอกจากเป็นกิจกรรมเพื่อการผจญภัยแล้ว หลายๆ องค์กรก็เริ่มที่จะใช้กิจกรรมการเดินป่ามาเป็นแนวทางในการอนุรักษ์ธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น มีการจัดกิจกรรมเดินป่าเพื่อนำต้นไม้เข้าไปปลูก หรือเดินป่าเพื่อสำรวจปัญหาที่เกิดขึ้นในป่าบริเวณนั้นๆ และเมื่อผู้คนให้ความสนใจมากขึ้นการอนุรักษ์ป่าก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น

ถึงกระนั้นต่อให้ไม่มีการจัดกิจกรรมจากองค์กรก็ตามที นักเดินป่าทุกๆ คนเมื่อได้มีโอกาสที่จะเข้าไปสัมผัสกับความเป็นธรรมชาติแล้วก็ควรที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติให้มากขึ้นพร้อมทั้งหากเป็นไปได้การนำมาสร้างเป็นเรื่องราวดีๆ เพื่อให้คนอื่นๆ ได้รับรู้และเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก็น่าจะเป็นประโยชน์ที่ดีที่ได้จากการไปเดินป่าอยู่ไม่ใช่น้อย